อันตรายจากแสงแดด และ วิธีเลือกซื้อครีมกันแดด ที่ถูกต้อง

สำหรับสาวๆที่ดูแลผิวมาอย่างดีไม่ว่าจะเป็น การบำรุงก่อนนอน การทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าในตอนเช้า และมีการฉีดน้ำแร่เติมน้ำให้ผิวในระหว่างวัน เพิ่มความสดชื่นและไม่ทำให้ผิวแห้งเสีย สาวๆอย่างพวกเราคงไม่อยากให้ผิวที่เราดูแลกันมาอย่างดี ถูกทำลายได้โดยง่ายใช่ไหม??

ตัวการสำคัญที่คอยทำลายผิวของเราคงต้องยกให้เจ้า “แสงแดด” ตัวดี เพราะแสงแดดมีรังสี UVA ที่มองไม่เห็นและทำลายผิวหนังได้ลึกมาก ทำให้เกิดรอยเหยี่ยวย่นตามมา

แม้ว่าเราจะไม่ได้ออกแดด แต่รังสีชนิดนี้มีคลื่นแสงยาว เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนเราดูแก่ลงเมื่ออายุมากขึ้น แม้แต่ฝรั่งเมืองหนาวไม่มีแสงแดด ก็ยังต้องมีผิวหนังเหยี่ยวย่นเพราะรังสีชนิดนี้ เราไม่สามารถมองเห็นด้วยสายตาเปล่าได้เลย

ส่วนรังสี UVB จะมองเห็นได้และมีผลให้ผิวไหม้ ผิวคล้ำเสีย ผิวดำลง ปัญหาเหล่านี้มาจากรังสี UVB ทั้งสิ้น

ดังนั้นมาดูกันว่า… เราจะ เลือกครีมกันแดดอย่างไร ให้สามารถปกป้องผิวของเราจากอันตรายเหล่านี้ได้จริง

ค่า SPF ในครีมกันแดด

หมายถึงระดับที่ครีมกันแดดชนิดนั้นสามารถป้องกันรังสี UVB ได้ โดยเทียบกับคนที่ทาครีมกันแดดกับไม่ทาครีมกันแดด หาก SPF50 หมายความว่าผิวของเราจะไหม้และหมองคล้ำช้าลง 50 เท่า เช่น…

หากเราไม่ทาครีมกันแดดผิวจะไหม้ 1 นาที แต่หากทาครีมกันแดด SPF50 จะทำให้ผิวของเราไหม้ช้าลง 50 เท่า หรือ 50 นาที

จึงนำวิธีการคำนวณเช่นนี้มาเป็นค่า SPF ให้คนทั่วไปสามารถ เลือกซื้อครีมกันแดด ได้ง่ายขึ้น

สำหรับค่า PA ที่เราเห็นในครีมกันแดด

เช่น PA+++ เป็นระดับในการป้องกันรังสี UVA ตัวการแห่งผิวเหยี่ยวย่นดูแก่ลง หากเป็น PA+++ ขึ้นไปแสดงว่าครีมกันแดดชนิดนั้น สามารถป้องกัน UVA ได้ทั้งหมดทุกความยาวคลื่น

ซึ่งหลักการเลือกครีมกันแดดทั่วไป…

  • หากต้องการป้องกันมะเร็งผิวให้เราเลือก SPF15 ขึ้นไป
  • หากใช้ทั่วไประหว่างวัน ไม่ได้ทำกิจกรรมกลางแจ้งควรเลือกครีมกันแดด SPF30 ขึ้นไป
  • แต่ถ้าเราต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ครีมกันแดด SPF50 ได้ออกแบบมาให้เราพร้อมลุยได้แล้ว

นอกจากนี้ ครีมกันแดด ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่…

ครีมกันแดดประเภท Physical และ ประเภท Chemical

ซึ่งมีค่า SPF และ PA ระบุชัดเจนเช่นเดียวกัน แต่หลักการทำงานต่างกัน โดยกันแดดแบบ Physical จะใช้หลักการสะท้อนกลับของแสงแดดที่ส่องมายังใบหน้า

แต่ครีมกันแดดแบบ Chemical จะใช้หลักการดูดซับรังสีที่เป็นอันตรายเข้าไปยังตัวมันเอง

จะเห็นว่าประโยชน์ไม่ได้แตกต่างกัน ดังนั้นเลือกซื้อแบบที่เราชอบและมีค่า SPF ตามที่เราต้องใช้จะเหมาะสมที่สุด